Music-MP3

สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์สะเทือนโลกเกิดขึ้นหลายอย่างครับ

นับเป็นสัปดาห์แห่งการสูญเสียของชาวอเมริกัน เพราะในวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา Ed McMahon ดาราตลกและพิธีกรชื่อดังของอเมริกา (ซึ่งหลายรายการก็ได้ถูกย้ายสัญชาติแปลงโฉมเข้ามาในไทยด้วย) ก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคปอด (บางกระแสบอกว่าเป็นมะเร็งกระดูก)

26 มิถุนายน ศิลปินครูกลอนแห่งสยามประเทศ สุนทรภู่ ได้ถือกำเนิดขึ้น

และเป็นวันเกิดแม่ผมอีกด้วย... (อืม...)

ที่สะเทือนโลกอย่างสุดๆก็คงเป็นการจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน ของราชาเพลงป๊อบอย่าง Micheal Jackson ในวันที่ 25 มิถุนายน

*ใน wikipedia มีคนสำคัญจากทุกวงการที่ใช้ชื่อ Michael Jackson ถึง 20 คนแน่ะ (ลองคลิกดูได้)

 

 

หลายคนอาจทราบว่า วันที่ 25 มิถุนายน 2552 ยังมีดาราสำคัญของโลกอีกท่านหนึ่ง ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง

คนไทยรู้จักดาราท่านนี้ ในฐานะเจ้าของทรงผมนางงามที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง (ในสมัย 70s น่ะนะ)

ถ้าเป็นคนไทยรุ่นดึกหน่อย ก็จะรู้จักในฐานะของนางฟ้าชาร์ลีรุ่นแรก

ผมเองก็เพิ่งมารู้จักเพราะเรื่องทรงผมนี่แหละครับ (พอดีต้องเอาไปใช้ในงานวีดีโอนิดหน่อย)

ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง Farrah Fawcett คนนี้นี่เองงงงง....

 

 

 

 

 

 

น่าแปลกที่ประเทศไทยไม่มีใครเขียนเกี่ยวกับเรื่องของเธอเท่าไหร่ ทั้งๆที่ชีวิตของเธอมีเรื่องน่าประทับใจตั้งเยอะแยะ

 

Farrah มีชื่อเต็มๆว่า Farrah Leni Fawcett เกิดปี 2490 โดยเป็นชื่อที่แม่เธอ "แต่งขึ้นมาเอง" (เริ่มต้นก็แรงมาเชียว) ได้รับโหวตให้เป็นสาวงามประจำโรงเรียนตั้งแต่สมัยยังเด็กจนกระทั่งถึงมหาลัย พออายุ 18 ก็เริ่มงานจากงานนางแบบโฆษณา (เหมือนดาราปัจจุบันเลยนะนี่) เป็นพวกโฆษณาทั่วไป แชมพู สบู่ ถึงขนาดมี Series โฆษณาของเธอเองในบริษัท Fabergé

พออายุ 23 เธอก็เริ่มงานแสดงภาพยนต์ เรื่องแรกก็คือ "I Dream of Jeannie" และตามมาด้วยงานแสดงมหาศาล ไม่นานนักใน 3 ปีถัดมา เธอตกลงคบกับผู้กำกับ Lee Majors และแต่งงานในปี 2516 สมัยนั้นโปสเตอร์รูปของเธอขายได้ถึง 12 ล้านแผ่น !!! เรียกได้ว่าติดหน้าเธอไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง

หลังจากปรากฏการณ์โปสเตอร์ทั่วบ้านทั่วเมืองครั้งนั้น ก็ไปเตะตาของผู้กำกับ Aaron Spelling กับ  Leonard Goldberg ซึ่งทั้งสองคนก็ชวนเธอไปแสดงใน Series อาชญากรรมสุดมันส์ "Charlie's Angels" Farrah ได้ค่าตัวตอนละ 10000 ดอลลาร์!!! (เยอะมวากกกกก๛) และกลายเป็น Series ที่โด่งดังไปทั่วโลก เข้าฉายในเมืองไทยอีกด้วย...

 

 

 

 

ในยุค 70s นี้ ละครรายสัปดาห์ นางฟ้าชาร์ลี ก็ได้เข้าฉายในสยามประเทศ และ... คนฮิตกันม๊ากกกกกกกกกก๛๛๛๛๛๛ (ขออภัยที่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าใครพากษ์เสียงภาษาไทย) ยุค 70s เป็นยุคที่มีอิทธิพลกับ Fasion มากที่สุด (ใครคลั่งแนว Vintage คงรู้ดี) สังเกตว่านอกจากบรรดาเพลงแปลง ก็จะมีพวกวงสุนทราภรณ์ วงแนววินเทจอย่างชาตรี, The Innocent, ป้าเบิร์ด, Grand X ฯลฯ ที่เล่ามานี่คือจะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความฮอตความฮิตของเจ๊ Farrah คนนี้ในเพลงนี้เลยครับ

 

นางฟ้าที่ถูกลืม (ถ้าค้นหาใน Youtube จะฮามาก )

ดาวใจ ไพจิตร

เธอจำได้ไหมคนที่ไว้ผมยาวเคลียบ่า ไว้ผมทรงฟาร์ราห์เธอชมว่าทันสมัย
เคยเรียกฉันว่าฟาร์ราห์ฟอว์เซตตเมืองไทยเสกสรรถ้อยคำไว้ให้ ยังจำได้ไหมคนดี
เธอเคยเปรียบฉันงามเหมือนจันทร์ช่างสรรมาอ้าง เมื่อสมใจทุกอย่างก็เลยเปลี่ยนทางหน่ายหนี

เธอลืมฉันได้ลืมสิ้นเยื่อใยไมตรี เมื่อเห็นทีวีทุกที นางฟ้าชาลีปวดใจ
เปิดทีวีครั้งใดหัวใจยิ่งแป้ว โธ่เอ๋ยเขาลืมเราแล้วเหมือนแก้วที่ไร้แววใส
เมื่อเธอดูหนัง ทีวีเรื่องนี้วันใด อยากรู้เธอคิดหรือไม่ เคยทำใครให้ช้ำอุรา
เธอไปจากฉัน เธอทิ้งฉันไปฝันรักใหม่ ทิ้งฉันนอนร้องไห้ เศร้าใจปวดใจหนักหนา
เมื่อยามฉันส่องกระจกเพื่อดูหน้าตา ได้เห็นทรงผมทุกครา ยิ่งช้ำอุราทุกที

เปิดทีวีครั้งใดหัวใจยิ่งแป้ว โธ่เอ๋ยเขาลืมเราแล้ว
เหมือนแก้วที่ไร้แววใส เมื่อเธอดูหนัง ทีวีเรื่องนี้วันใด
อยากรู้เธอคิดหรือไม่ เคยทำใครให้ช้ำอุรา เธอไปจากฉัน เธอทิ้งฉันไปฝันรักใหม่
ทิ้งฉันนอนร้องไห้ เศร้าใจปวดใจหนักหนา เมื่อยามฉันส่องกระจกเพื่อดูหน้าตา
ได้เห็นทรงผมทุกครา ยิ่งช้ำอุราทุกที…

 

 

ยุคนั้นสาวใหญ่สาวเล็กทำผมทรง Farrah กันทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงขนาดกลายเป็นทรงบังคับในการประกวดนางงาม...

 

 

 

 

 

ข้าพเจ้าลองทำบ้าง...

 

 

 

 

 

 

อุบาทว์เนอะ...มาเขียนเล่าต่อดีกว่า

 

 

และเหมือนคนดังทั่วไป ชีวิตรักของ Farrah เริ่มพังทลายในช่วงนี้นี่เอง เมื่อ Majors บังคับให้เธอกลับมาทำอาหารเย็นในฐานะภรรยาทุกๆเวลา 6.30 น. Farrah ถึงขนาดต้องยอมหยุดงานแสดงทั้งหมดเพื่อมาอยู่กับสามีท่ามกลางเสียงบ่นก่นด่าของผู้ชม อารมณ์จบแบบปาหมอน สุดท้ายไม่กี่ปีต่อมา ทั้งคู่ก็หย่ากัน

แต่ทว่า ชีวิตหลังหย่าก็เหมือนดาราทั่วไป ที่หยุดไปแล้วจะไม่ดังเท่าคราวแรก Farrah กลับมาแสดงหนังอีก 3 เรื่องและล้มเหลวด้านรายได้อย่างสิ้นเชิง ต่อมาเธอคบกับ Ryan O'Neal ซึ่งเป็นเพื่อนสามีเก่าและย้ายไปอยู่ด้วยกัน สุดท้ายเธอก็พยายามอย่างหนักจนช่วงหลังหนังกลับมานิยมอีกครั้ง (ท่ามกลางเสียงด้านลบจากนักวิจารณ์) Farrah ก่อตั้งกองทุนลดความรุนแรงในสตรี และในปีต่อมาเธอก็มีลูกกับ O'Neal

สุดท้าย Farrah ก็เอาชนะใจคนดูได้ใน Series ใหม่ (แนวอาชญากรรมอีกแล้ว) ชื่อ Small Sacrifices เธอตอกย้ำว่าเธอมาแรวงงงงงง๛ ไม่หยุด ทำการ Surprise แฟนๆ (มากๆ) ด้วยการลงภาพในนิตยสาร PlayBoy !!!!!! หลายคนอาจจะคิดว่า อ้าว แล้วมันแปลกตรงไหน... มันแปลกตรงที่ว่า ตอนที่เธอไปลง PlayBoy น่ะ เธออายุ 45 แล้วนะครับ แถม PlayBoy ฉบับนั้นก็ขายดีเป็นพิเศษ... รวมถึงฉบับอีก 5 ปีถัดมาที่เธอไปลงอีกครั้งด้วย แม่เจ้า...เธอยังฮอตแม้อายุ 50 ปี !!!!

 

และแน่นอน PlayBoy ฉบับนี้เป็นชนวนให้เธอแยกทางกับ O'Neal ในอีก 2 ปีถัดมา แต่ทั้งคู่ก็ยังสนิทกันอยู่

ฉะนั้นพึงระวัง แม้มีแฟนแล้วก็อย่าถ่ายนู้ดถ่ายคลิปกันเลยนะขอรับ... (แถไปเรื่องนี้ได้เนอะ)

 

 

 

หลังจากนั้นเธอกลับมาเล่นหนัง และโด่งดัง (อีกครั้ง) คือ The Apostle และพบรักกับ Producer ชื่อ James Orr แต่ในปี 2541 หลังจากเธอปฏิเสธคำขอแต่งงาน Orr ก็ทุบตีเธอจนเกือบตาย กลายเป็นข่าวไปทั่วอเมริกา (คือ คุณลองนึกภาพสตรีวัย 50 ปฏิเสธคำขอแต่งงานแล้วเจออัดน่วมดูสิ )

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ Farrah เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง เธอรับงานแสดงน้อยลง ทำงานอย่างสมถะ (ซึ่งยังคงเป็นงานสายบันเทิง แต่ก็ยังได้รางวัล Emmy จาก The Guardian) และพยายามกลับมาคบกับ O'Neal อีกครั้ง

หลังจากที่แม่เธอตาย ปี 2550 Farrah ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งทวารหนัก ส่วน O'Neal ถูกวินิจฉัยว่าเป็นลูคีเมีย แต่สมัยนั้นผลการตรวจออกมาว่าเธอไม่พบเซลล์มะเร็ง ภายใน 4 เดือนต่อมาFarrah เริ่มมีก้อนเนื้อในทวารและต้องเข้ารับการผ่าตัดและฉายรังสี

 

 

ล่าสุด เมษายนที่ผ่านมานี้ Farrah ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการเลือดออกในช่องท้อง และพบว่ามะเร็งนั้นแพร่กระจายไปจนถึงตับ ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หมอบอกว่าเธอพยายามรักษาสภาพร่างกายและยังอารมณ์ดีอยู่แม้จะยืนอยู่หน้าประตูแห่งมัจจุราช

"She remains in good spirits with her usual sense of humor ... She's been in great shape her whole life and has an incredible resolve and an incredible resilience."

เดือนพฤษภาคม Farrah ซึ่งป่วยหนักขอกลับไปพักรักษาตัวอยู่กับ O'Neal ที่บ้าน พ่อของเธอ (อายุ 91 ปีแล้ว) และลูกชาย (Redmond ถูกจับข้อหายาเสพติด ขณะนั้นถูกปล่อยออกจากคุกชั่วคราว) ได้มาเยี่ยมเธอที่บ้าน 

Farrah ให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเต็มที่ เธอเชื่อมั่นว่า ด้วยแรงใจของเธอ เธอจะสามารถฝ่าฟันวิกฤติมะเร็งร้ายไปได้...

เธอกล่าวว่ามะเร็งสร้างกฏของมันเอง ซึ่งเราจะต้องเรียนรู้และต่อสู้กับมัน อย่าให้มันชนะเรา

เมื่อถึงคราวที่เธอต้องสูญเสีย "ผม" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเธอในการรักษามะเร็ง เธอให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ทำไปเพราะต้องการสื่อถึงเอกลักษณ์ (Unique) ของเธอ แต่ทำเพื่อให้รู้สึกว่าทุกคนนั้นล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน (Unique)เพื่อเป็นของขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องทรมานแบบเธอทั่วโลก

 

 

15 พฤษภาคม สารคดีชีวิตของเธอออกฉายในชื่อ Farrah's Story และมีผู้ชมประมาณ 9 ล้านคน

หลังจากต่อสู้ด้วยกันมาอย่างหนัก Farrah ต้องต่อ IV (สายเข้ากระแสเลือด) ตลอดเวลา ใส่ท่อช่วยหายใจและไม่สามารถพูดได้ แต่เธอยังเข้มแข็งและแสดงพลังใจที่จะต่อสู้ โดยมี O'Neal อยู่เคียงข้าง

ในที่สุด ต้นเดือนมิถุนายน O'Neal ขอเธอแต่งงานอีกครั้ง Farrah ตอบตกลง พิธีแต่งงานจะจัดในห้องผู้ป่วยทันทีที่เธอสามารถเอ่ยคำว่า "Yes"

.

.

.

 

แต่สุดท้าย เธอไม่อาจเอ่ยคำนั้น

25 มิถุนายน เวลา 9.28 น. Farrah จากโลกนี้ไปอย่างสงบด้วยวัย 62 ปี โดยมีเพื่อนของเธอและ O'Neal เคียงข้างจนถึงวินาทีสุดท้าย

Rest in Peace, Mrs.Farrah, our Angel.

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : IMDB / Wiki

Recommend