aging

นึกถึงเพลง : แบ่งปันรอยยิ้ม แต่ไม่อยากใส่แฮะ...

 

ก่อนเรียนจบ จากครั้งที่แล้วที่ผมไปสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท คราวนี้ ผมกับน้องๆคณะก็ได้ไปที่สถานพักฟื้นคนชรากันครับ

ถ้าไม่นับบ้านพักคนชรา (เช่น ที่บางเขน) ทายกันถูกมั้ยครับ ว่าทั่วประเทศมีสถานที่ที่สามารถพักฟื้น ฟื้นฟูบำบัดผู้สูงอายุและจัดสวัสดิการสังคมกี่แห่ง?

คำตอบคือ 2 แห่ง ครับ

แห่งแรกหลายท่านคงรู้จักกันดี คือ บ้านบางแค

อีกแห่งหนึ่ง คือ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคม ผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ครับ

 

คำว่า วาสนะเวศม์ หมายถึง ที่อยู่อาศัยของผู้มีบุญครับ สมเด็จพระสังฆราชโปรดประทานนามให้ โดยสมเด็จพระราชินีเสด็จเปิดเมื่อปี่ที่ผมเกิดพอดีเลย โอ๊ะ ประจวบเหมาะ... <<<จะไปอยู่เรอะ

โดยศูนย์พัฒนานี้ ตั้งอยู่ที่ อ.นครหลวง อยุธยา เนื้อที่ส่วนใหญ่อยู่กลางป่าสงบร่มรื่น มีทั้ง zone โรงนอนร่วมกัน (นึกถึงที่พักของทหารเกณฑ์) ใครมีเงินถุงก็บริจาคเพื่อขอพักอาศัยบ้านเดี่ยวหรือ Townhouse ได้ เป็นบ้านราคาสองแสนเสียรายเดือนเดือนละประมาณสองพัน...ว้าววว...น่าอยู่ใช่ มั้ยล่า...<<<เก็บเงินเองไว้เตรียมจ่ายสุดยิด...

อีกเรือนหนึ่งที่เราได้เข้าไปชม คือ เรือนคนหลงครับ ตรงนี้เราจะเห็นถึงทุกขสภาพของมนุษย์ ทั้งอาการอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ฟั่นเฟือน แผลกดทับ ฯลฯ ขออนุญาติไม่ลงรูปนะครับ

นักศึกษาที่เข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยกับคุณยาย มีมากกว่าคุณยายในบ้านพักซะอีก ก็เลยต้องจับคู่กันไปคุย

คุณยายนึกว่าผมเป็นผู้หญิง (อีกแล้ว) เกิดอารมณ์หมุ่ยนิดๆ...

 

 

คุณยายที่ผมสัมภาษณ์ นอกจากอุบัติเหตุหากล้มจนหลังโก่ง (คือ ความชราภาพมักนำมาซึ่งความลำบากที่ควรระวัง 5 ประการครับ คือ  โรคประจำตัว โรคติดเชื้อ ภาวะนอนไม่หลับและหลงลืม การกลั้นอะไรต่อมิอะไรไม่อยู่ และการหกล้มครับ) เธอเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมากครับ สุขภาพจิตดี ดูแลตัวเองได้ดี ยกเว้นโภชนาการ เพราะโรงครัวที่นี่อาหารมันมากเกินไป = =" บางมื้อยายจึงต้องออกเงินเก็บไปซื้อเอง...เพื่อสุขภาพ (สุดยอดมากครับ อันนี้ประทับใจมากที่ยายดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขนาดนี้) ฉะนั้น เป็นหลักฐานยืนยันได้เลยว่าใครก็สุขภาพดีได้ ถ้าดูแลตัวเองเป็น

คุณยายจบอักษร จุฬา สุดยอดมากกกกกก... ออกแนวไฮโซด้วยซ้ำครับ ชอบดูสารคดีและข่าว แต่ปัญหาจากอุบัติเหตุนี่ทำให้ ไม่สามารถร่วมประกอบกิจกรรมกะคนอื่นได้ ทั้งออกกำลังกาย สวดมนต์ รวมกลุ่มทำงานอาชีพ ฯลฯ ก็เลยอยู่บ้านล้วนๆ

เกร็ดเปรี้ยวๆ สมัยสาวๆคุณยายเคยวิ่งหลบระเบิดสงครามโลกครั้งที่สองด้วยนะเออ...

 

 

หลังจากเสร็จการพูดคุยกับผู้สูงอายุ นักศึกษาก็มาทำกิจกรรมครับ

 

 

ที่เห็นกระโดดกันหยองแหยงนี่ ไม่ได้ชวนยายๆมาเล่นมอญซ่อนผ้านะครับ เป็นการรำวงมาตรฐาน (คนจัดก็คิดได้เนอะ) ตอนแรกเห็นประชุมกันว่าจะให้ประกวดดาวเดือนมั่งล่ะ ทำเก้าอี้ดนตรีมั่งหละ ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าได้ทำจริงๆจะเป็นยังไง

 

 

เสียงหลอนๆของน้องคนนี้เข้ากับเพลงสายลมเป็นอย่างดี ลำโพงแทบแตก ผมสงสัยว่ายายๆจะฟังรู้เรื่องไหม เพราะหูส่วนใหญ่จะรับคลื่นความถี่สูงไม่ได้จากวัยชราภาพ

 

 

จะ...จี่หอย !?!

 

 

เพราะชูวิทย์ คือชูวิทย์...เมื่อโดนกวนตีนก็ศอกกลับไป...ผลสุดท้ายจึงผิดหวัง ไม่แพ้ลีน่าจัง... ไก่กาได้ทุก ที~ อยู่ที่เรียนรู้วววววว์ อยู่ที่ยอมรับมันนนนนน~

 

 

เสร็จงานแล้ว เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ก็ร้องเพลงอวยพรให้ด้วยครับ ^^ ผมว่าเพราะกว่านักร้องน้องๆคณะอีก (ฮา)

 

 

ในภาพ หัวไฮไลท์ของนักศึกษา จะกลมกลืนไปกับเกศาหิมะของผู้เฒ่าครับ ...

ปัจจุบัน คนไทยทั้งชาติ มีคนชรา 10 กว่าเปอร์เซนต์ และถ้าเอาอายุคนทั้งชาติมาเฉลี่ย จะได้ราวๆสามสิบกว่าๆ ปี 2551 นโยบายสาธารณสุขจึงเน้น เรื่องผู้สูงอายุเป็นหลักครับ (สโลแกน "หอมกลิ่นลำดวน") นโยบายของรัฐก็จะไม่นำงบมาใช้จ่ายด้านบ้านพักคนชราเพิ่มครับ แต่สนับสนุนให้อยู่กับครอบครัว

เพราะคนชรา คือคนที่ผ่านชีวิตมาก่อน และรู้ว่าความผิดพลาดในอดีตเป็นเช่นไร

 

ดูแลพวกท่านให้ดีๆนะครับ

Recommend